ทะเลแปลกๆ

ทะเลแปลกๆ ลักษณะที่เด่นที่สุด ของทะเลสาบแห่งนี้ นั่นก็คือการที่น้ำในทะเลสาบมีสีชมพู จริงหรือ

ทะเลแปลกๆ หลากสี ที่มีความแปลกหลากหลาย จะมีทะเลสาบใดบ้างมาติดตามกัน

ว่าด้วยเรื่องของ ทะเลแปลกๆ นั้นจะมีหลากหลายประเภท แล้ว ทะเลสาบมีอะไรบ้าง กับหนึ่งในทะเลสาบสุดแปลก ที่หาได้ยากมากในประเทศไทย แทบจะไม่มีทะเลสาบลักษณะนี้ มาพบกับเรื่องราวแปลก ๆ ของทะเลสาบแห่งนึงเนี่ย ที่ทางทะเลสาบเป็นสีชมพูไปหมดเลยนะ

โดยทะเลสาบแห่งนี้เนี่ย มันตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียนั่นแหละ บังเอิญว่าอลิสนั้น ไปพบกับบทความบทความนึง ที่มันเขียนว่า ทะเลสาบสีชมพูทั้งหมด ก็เลยสนใจ และอยากทำมาถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน

ทะเลแปลกๆ โดยทะเลสาบสีชมพูหรือว่า Pink Lake นั้น มีความน่าสนใจมากแค่ไหน มาติดตามกัน

โดยปกติแล้วเนี่ย เวลาที่เรามองเห็นผืนน้ำทะเล หรือว่ามหาสมุทร เราเนี่ยก็มักจะมองเห็น ผืนน้ำเหล่านั้น เป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน หรือว่าสีเขียว ขึ้นอยู่กับความลึกของ แหล่งน้ำเหล่านั้นกันใช่ไหม

แต่ทว่าธรรมชาติเอง ก็มักจะสร้างสรรค์สิ่งแปลกประหลาด ให้เราได้ค้นหากันอยู่เสมอ เช่นทะเลสาบ Lake Hillier ที่มันตั้งอยู่ในออสเตรเลียตะวันตก Lake Hillier เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Middle Island นอกชายฝั่งของรัฐออสเตรเลียตะวันตก

ทะเลแปลกๆ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ Recherche Archipelago ประเทศออสเตรเลีย ที่รายล้อมไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย อีกมากมายมากกว่า 105 เกาะ แต่เหตุผลที่ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ มีชื่อเสียง ไปทั่วโลกนั่นก็คือ น้ำ ทะเลสาบ เป็นสีชมพู

ทะเลสาบเนตรอน

แค่ดูก็รู้สึกว่า สีสวยงามแล้วนะ ซึ่งมันเป็น ปรากฏการณ์ ทาง ธรรมชาติ ที่น่าทึ่งมาก โดยทะเลสาบนี้ ถูกค้นพบครั้งแรกโดยกัปตัน แมทธิว ฟินเดอร์ ขณะที่เขาได้ขึ้นไปยังจุดสูงสุดของเกาะ ในปีคริสต์ศักราช 1802 นะ ทะเลสาบฮิลลิเออร์ นี้มันมีความยาวประมาณ 600 เมตรหรือว่า 2,000 ฟุต และกว้างมากกว่า 250 เมตร หรือ 820 ฟุต

มีขอบแคบ ๆ ที่ปกคลุม เนินทรายและต้นไม้ ที่แยกทะเลสาบออกจากทะเลด้านนอก ขอบทะเลสาบปกคลุมไปด้วยแผ่นเกลือสีขาว ตัวทะเลสาบถูกล้อมรอบไปด้วย หาดทรายและป่าเปเปอร์มาร์คและยูคาลิปตัส ปกคลุมอย่างหนาแน่นกันเลยทีเดียว

เที่ยวทะเลไหนดี ลักษณะที่เด่นที่สุด ของทะเลสาบแห่งนี้ นั่นก็คือการที่น้ำในทะเลสาบมีสีชมพู ซึ่งเป็นสีของน้ำที่คงอยู่ถาวร และไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าหากว่าเรานำน้ำจากทะเลสาบนี้ออกมา ใส่ในภาชนะ ก็ยังคงเห็นเป็นสีชมพูอยู่เหมือนเดิม และทะเลสาบสีชมพูเนี่ยมันเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยสาเหตุที่ทำให้ทะเลสาบนี้ เป็นสีชมพูทั้งหมด นั้นมันมีสาเหตุมาจาก มีสาหร่ายสีเขียวขนาดเล็กชนิดนึง ที่มีชื่อว่า Dunaliella salina ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้เนี่ย มันก็สามารถที่จะ เจริญเติบโตได้ในสภาวะน้ำเค็ม และพวกมันเนี่ย ก็ยังสามารถที่จะทนได้ ต่อความเค็มของน้ำ ได้สูงถึง 0.2 ถึง 35% กันเลยทีเดียว

และนั่นก็ทำให้เราเนี่ย สามารถเจอพวกมันได้ในทะเลเท่านั้น มั่นใจได้เลยว่า ทะเลสาบในไทยอย่าง ทะเลสาบสงขลา ไม่มีอะไรแปลก ๆ แบบนี้แน่นอน และถึงแม้ว่าทะเลสาบนี้ จะไม่ใช่ ทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก แต่ก็เป็นทะเลสาบที่แปลกมากอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีที่มาที่ไป ที่แน่นอนอย่างที่เราได้ทราบกัน

ชื่อทะเลสาบ ที่มีฉายาว่า ทะเลสาบแห่งความตาย จะตั้งอยู่ที่ใด และเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก

มาต่อกันที่ ทะเลแปลกๆ อีกที่หนึ่ง กับทะเลสาบที่มีฉายาว่า ทะเลสาบเลือดแห่งความตาย ทะเลสาบแห่งความตายที่ว่าวันนี้นะ เป็นทะเลสาบที่มีสัตว์มากมายเนี่ย ล้มตายอยู่ที่นั่นนะ แล้วก็มีสิ่งแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นที่นั่นอย่างมากมายเลย มั่นใจได้เลยว่าที่นี่ หาไม่ได้ในหมวดหมู่ ทะเลสาบในประเทศไทย

และมีความแปลกกว่า ทะเลสาบเดดซี อย่างแน่นอนที่สุด พร้อมแล้วก็เดินทางไปพบกับ เรื่องราวของ ชื่อทะเลสาบ กันดีกว่านะ ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า ทะเลสาบเนตรอน นะครับหรือที่รู้จักกันใน ทะเลสาบเกลือคืออาถรรพ์

โดย ทะเลสาบเนตรอน นั้น เป็น ทะเลสาบ น้ำเค็ม ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ในเขตภูมิภาค อารูซา ซึ่งจะอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ แทนซาเนีย ซึ่งถ้าเราจะเดินทางไป เราสามารถ Search คำว่า ทะเลสาบเนตรอนได้เลย เป็นทะเลสาบที่มีน้ำสีแดง ซึ่งเป็นทะเลสาบเกลือ

หากมองจาก Google Earth ซูมลงไปก็จะดูคล้ายกับมีสารพิษอะไรสักอย่าง ซึ่งถูกผสมอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ มีซากสัตว์ตายที่ดูเหมือนเป็นมัมมี่ ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้ มีความยาวถึง 57 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 22 กิโลเมตร ซึ่งมันเป็นทะเลสาบที่กว้างใหญ่มาก ๆ

ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ แทนซาเนีย เคนย่าในแอฟริกานะ หากเดินทางจากประเทศไทย ก็ต้องผ่านมหาสมุทรอินเดีย อ่านทะเลอาหรับ ซึ่งหากมองจากภาพทางอากาศ ก็ยังดูแล้วมีขนาดที่ใหญ่มาก ๆ เลยทีเดียว

ซึ่งเป็นทะเลสาบ ที่หาจุดลงแทบไม่ได้เลย โดยน้ำของทะเลสาบแห่งนี้ มีฤทธิ์เป็นกรดกัดกร่อนสูงมาก ๆ นั่นจึงทำให้มี ซากสัตว์ตายเป็นจำนวนมาก เพราะได้ถูกน้ำ ของทะเลสาบแห่งนี้กัดกร่อน ทำให้ผิวหนัง ขน และลูกตาของสัตว์มากมาย ที่ได้ลงไปในน้ำ ของทะเลสาบแห่งนี้

และแน่นอนว่า สัตว์เหล่านั้นที่ลงไปในน้ำ ก็ไม่สามารถที่จะทน ต่อการกัดกร่อน ของน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ได้ พวกมันส่วนใหญ่จึงตายลงในที่สุด โดยสัตว์ที่ลงไปในน้ำทะเลสาบแห่งนี้นั้น จะกลายเป็นซากสัตว์ ที่มีสภาพถูกจับสตาฟไว้ มีความแห้งและแข็งเป็นหิน

เพราะซากศพของสัตว์เหล่านี้ จะถูกสารโซเดียมคาร์บอเนต ที่อยู่ในน้ำของทะเลสาบ เกาะไปตามตัว และส่งผลให้ร่างกายของมัน แข็งเป็นหินนั่นเอง ซึ่งอาจพูดได้ว่ามีซากมัมมี่เกลือ ที่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้จำนวนมหาศาลเลยก็ว่าได้

โดยชื่อของทะเลสาบเนตรอนนั้น ก็ถูกตั้งชื่อตามองค์ประกอบ ทางธรรมชาติของทะเลสาบนั่นเอง โดยในน้ำของทะเลสาบ อุดมไปด้วยน้ำพุร้อน ที่มีแร่ธาตุจำนวนมาก ไหลผ่านมารวมตัวกัน โดยน้ำของทะเลสาบในตอนนั้นจะมีสีแดงเข้ม ซึ่งเกิดจากสารระเหยของน้ำทะเล ในช่วงหน้าแล้ง

ซึ่งน้ำของทะเลสาบ ก็จะมีเกลือและแร่ธาตุเนตรอน อยู่เป็นจำนวนมากและยังมีแบคทีเรีย จุลินทรีย์ขนาดจิ๋ว อยู่เป็นจำนวนมหาศาล และยังมีจุลินทรีย์แบคทีเรีย ที่ชอบเกลือจำพวกเช่น Halophile bacteria Cyanobacteria ที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

โดยแบคทีเรียเหล่านี้ สามารถที่จะสังเคราะห์แสง ได้ด้วยตัวมันเอง และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็น สีแดงเข้มนั่นเอง ซึ่งค่าของน้ำทะเลสาบในเนตรอนนั้น วัดเป็นค่า PH อยู่ที่ประมาณ 9-10.5 และยังมีอุณหภูมิสูงถึง 60 องศาเซลเซียสอีกด้วย แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้น

ในทะเลสาบเนตรอนแห่งนี้ ถึงมันจะเป็นพิษ ต่อสิ่งมีชีวิตขนาดไหน แต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิต ที่สามารถอาศัยอยู่ได้ นั่นก็คือนกฟลามิงโก้ ที่สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งในทะเลสาบแห่งนี้ ก็มีนกฟลามิงโก้มากกว่า 1 ล้านตัว โดยเหล่านกฟลามิงโก้เหล่านี้ จะอาศัยกินสาหร่ายในน้ำของทะเลสาบ

และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม นกฟลามิงโก้จึงมีสีแดงอมชมพูจนไปถึงแดงเข้ม เพราะสาหร่ายที่นกฟลามิงโก้นั้น กินเข้าไป มีสารอัลฟ่าและเบต้าแคโรทีนภายในน้ำของทะเลสาบ นอกจากนกฟลามิงโก้แล้ว ในน้ำ ทะเลสาป แห่งนี้ ยังมีปลาชนิดนึง ที่สามารถอาศัยอยู่ได้ นั่นคือ ปลาอัลเคอร์ ทิลาเปีย ซึ่งเป็นปลาในวง ปลา นิล

ตบท้ายด้วยทะเลสาบ ที่ได้ฉายาว่าทะเลสาบ ที่เดือดที่สุดเนื่องด้วยสาเหตุอะไร

ทะเลแปลกๆ

เที่ยวไหนดี ที่นี่มีคำตอบ บอยลิ่งเลค หรือทะเลสาบเดือด ทะเลแปลกๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ The Morne Trois Pitons รัฐโดมินิกา มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าทะเลสาบเดือด เพราะในบ่อจะมีไอเดือด ผุดขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิที่เคยวัดได้อยู่ที่ 82 ถึง 91.5 องศาเซลเซียส

โดยเพียงอุณหภูมิ ริมทะเลสาบเท่านั้น ส่วนตรงกลางบ่อ ยังไม่มีใครสามารถวัดผลที่แน่นอนได้ ขณะที่บ่อน้ำมีความกว้างประมาณ 60 เมตร ลึก 59 เมตร เป็นทะเลสาบร้อน ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Frying Pan ในประเทศนิวซีแลนด์ เกิดจากที่น้ำขังท่วมลงไปในหลุมเปลือกโลก

ที่ชั้นใต้ดินบริเวณนั้น อยู่ใกล้กับแม็กม่าร้อน ส่งผลต่ออุณหภูมิโดยตรง อุณหภูมิริมทะเลสาบจึงสูง แต่ไม่สามารถวัดอุณหภูมิ จากใจกลางทะเลสาบได้ อุณหภูมินั้น สูงจนน้ำเดือดอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีกลุ่มก๊าซพวยพุ่งออกมาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำภายในทะเลสาบแห่งนี้ มีลักษณะขึ้นลงตลอดเวลา

โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2006 ที่ผ่านมา น้ำใน ทะเลแปลกๆ แห่งนี้ ได้เหือดแห้งหายไป และพึ่งกลับมาอยู่ในระดับปกติ ครั้งในเดือนมกราคม ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คาดว่าเพราะพื้นที่นี้ต่ำกว่าลำธารอื่น น้ำจึงไหลเป็นธารเล็ก ๆ ลงทะเลสาบ ส่วนอากาศโดยรอบค่อนข้างร้อนชื้น

และมีกลิ่นกำมะถันคลุ้งทั่วบริเวณ โดยสามารถมองเห็น ควันไอน้ำลอยอยู่ในหุบเขา ได้อยู่บริเวณไกล ๆ การเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบาก เพราะต้องผ่านป่าเขา ต้องลุยธารน้ำร้อน รวมเป็นระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร และยังต้องระวังร่องแตก ขนาดเล็กบนพื้นดิน

ซึ่งในกล้องแตกนั้น อาจจะมีน้ำร้อน พุ่งออกมาได้ตลอดเวลาด้วย ซึ่งทุกอย่างนั้นอันตรายกว่า ทะเลที่จืดที่สุดในโลก อย่างมากเลยทีเดียว

สำหรับเนื้อหาที่ได้นำมาฝากเพื่อน ๆ น่าจะถูกใจกันบ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่ ได้ในครั้งหน้า อลิสสัญญาว่าจะมาแนะนำ รีวิวเกมออกใหม่ 2023 ล่วงหน้าก่อนปีใหม่ให้เพื่อน ๆ ได้เป็นแนวทาง ในการโหลดก่อนมาเล่น

และขอแอบแซมเรื่อง ผลสรุปบอลโลก สักหน่อย เพื่อน ๆ ได้ดูกันบ้างไหมคะ อลิสลุ้นมาก ๆ ยินดีกับเมสซีสุด ๆ เพื่อน ๆ คิดว่าไง แชร์กันได้นะ สำหรับวันนี้อลิสต้องลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

เขียนโดย อลิส