เที่ยวไหนดี เที่ยวภูเขาไหนดี ออสเตรเลีย ภูมิอากาศที่หลากหลาย รวมอยู่ในประเทศเดียวกัน ได้แก่ที่ราบชายฝั่งทะเล อันแสนอุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงทะเลทรายที่แห้งแล้ง
ออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย ภูมิอากาศที่หลากหลาย รวมอยู่ในประเทศเดียวกัน ได้แก่ที่ราบชายฝั่งทะเล อันแสนอุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงทะเลทรายที่แห้งแล้ง

ออสเตรเลีย ภูมิอากาศที่หลากหลาย รวมอยู่ในประเทศเดียวกัน ได้แก่ที่ราบชายฝั่งทะเล

ออสเตรเลีย เป็นประเทศ ที่กว้างใหญ่ไพศาล จึงมีสภาพภูมิอากาศที่หลากหลาย และจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ในภูมิประเทศดังกล่าว เลยทำให้เกิดหินยักษ์ ขึ้นมาหลายแห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น ออสเตรเลี่ย เปิดประเทศ ให้ได้เที่ยวแล้วลองไปเที่ยวกัน

เที่ยวไหนดี Three Sister Rock ชื่อ ออสเตรเลี่ย ภาษา ไทยชื่อว่า หินสามพี่น้อง มีลักษณะเป็นผาหิน ขนาดใหญ่ 3 ก้อนเรียงกัน แต่ละก้อนจะมีชื่อ และความสูงที่แตกต่างกันคือ Meenhi สูง 922 เมตร Wimlah สูง 918 เมตร

Three Sister Rock มีชื่อภาษาไทยว่า หินสามพี่น้อง มีลักษณะเป็นผาหิน ขนาดใหญ่ 3 ก้อนเรียงกัน

Gunnedoo สูง906 เมตร หิน 3 พี่น้องอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติ blue mountains เมืองทาคุมบา National Park หินสามพี่น้องนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อน เมื่อโลกนั้นได้ เกิดการเคลื่อนตัว

ของเปลือกโลกขึ้นอย่างมาก บริเวณทั้งหมดของภูเขา blue mountain นั้นปกคลุมไปด้วยน้ำ กระแสน้ำจากมหาสมุทร ได้พัดตะกอน ซึ่งทับถมกัน ซึ่งเป็นแนวนอนหลายชั้น ไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน

ได้เกิดภูเขาไฟระเบิดขึ้น ทำให้เกิดความเสียหาย ในบางชั้นหิน หินสามพี่น้อง จึงมีรูปร่าง เหมือนในอย่างปัจจุบัน และยังมีตำนาน ของชาวอะบอริจิน ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ในออสเตรเลีย เล่าว่าแต่เดิม

ออสเตรเลีย

ทั้งสามนั้นเป็นพี่น้องกันมีชื่อว่า Meenhi Wimlah Gunnedoo โดยที่พ่อของสามพี่น้อง เป็นพ่อมดหมอผี ชื่อเทียมวันเขาได้เสก ให้สามพี่น้องเป็นหิน เพื่อป้องกันไม่ให้ พวกเธอเป็นอันตราย

จากสงครามระหว่างเผ่า ส่วนอีกตำนานนั้นเล่าว่า เทียมวันได้เสกให้ 3 พี่น้องนั้นกลายเป็นหิน เพื่อปกป้องพวกเธอจากบันยิบ เป็นสัตว์ร้ายในตำนาน ของชาวอะบอริจิน มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ได้มาที่อุทยาน แห่งชาติบลูเมาท์เท่นส์ เพื่อนมาเยี่ยมชมหินสามพี่น้อง และดื่มด่ำกับ ธรรมชาติรอบๆตัว นอกจากที่จุดชมวิวนี่แล้ว ยังสามารถมองเห็น เห็นสามพี่น้องได้อีก 3 ช่องทางได้แก่รถราง cable car และกระเช้าลอยฟ้า นั้นถือได้ว่าเป็น พัฒนาการด้านสังคมและศิลปวัฒนธรรมออสเตรเลีย

Wave Rock หรือคลื่นหินยักษ์ อีกชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกคือ แคทเธอร์คิท เป็นหินแกรนิตยักษ์

Wave Rock หรือคลื่นหินยักษ์ อีกชื่อที่ชาวอะบอริจินเรียกคือ แคทเธอร์คิท เป็นหินแกรนิตยักษ์ ลักษณะเป็นคลื่นขนาดใหญ่สูง 15 เมตร ยาวประมาณ 110 เมตร อยู่ที่เมืองไฮเดนท์ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

โดยเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2700 ล้านปีก่อน ซึ่งแต่เดิมนั้น เป็นหินแกรนิตขนาดยักษ์ ที่ถูกลมและน้ำกัดเซาะ มาเป็นเวลาหลายล้านปี โดยเฉพาะด้านล่างของหิน ได้ถูกกัดกร่อนจนหายไป เหลือแต่ส่วนที่

มีลักษณะเหมือนคลื่น มาถึงทุกวันนี้ เรียกได้ว่าคลื่นหินยักษ์แห่งนี้ เป็นหนึ่งในหิน ที่เก่าแก่ที่สุด ในออสเตรเลีย ส่วนชาวอะบอริจินเชื่อว่า งูยักษ์สีรุ้งหรือ rainbow serpent เลื้อยผ่านพื้นที่แห้งแล้งนี้

ออสเตรเลีย

เพื่อจะไปดื่มน้ำ จึงทำให้เกิด คลื่นหินยักษ์นี้ขึ้น มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มาเที่ยวที่คลื่นหินยักษ์ เพื่อชื่นชมธรรมชาติ และยังใช้เป็นสถานที่ในการจัด wave rock weekender ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรี

ที่จัดขึ้นทุกปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ นอกจากคลื่นหินยักษ์แล้ว บริเวณใกล้กัน ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีกมากมายได้แก่ Hippo’s Yawn ซึ่งเป็นถ้ำที่มีลักษณะ เหมือนฮิปโปโปเตมัส

ที่กำลังหาว Humps and Mulka’s Cave โดยในตำนาน ของชาวอะบอริจิน ที่ถ้ำแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของมัลก้า ซึ่งเป็นยักษ์ที่จับเด็ก กินเป็นอาหาร

ออสเตรเลีย Twelve Apostles Rock มีชื่อภาษาไทยว่า “หิน 12 สาวก” 

Twelve Apostles Rock มีชื่อภาษาไทยว่า ” หิน 12 สาวก ” มีลักษณะเป็น เสาหินปูนขนาดใหญ่ 12 แท่งเรียงรายอยู่ริมทะเล บริเวณชายฝั่ง great ocean road ที่รัฐวิกตอเรีย เสาหิน 12 สาวกนี้

เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 12 ล้านปีก่อน ซากจากสัตว์ทะเลที่ตายแล้ว ทับถมกันที่ก้นทะเล และได้ก่อตัวขึ้น เป็นหน้าผาหินปูน คลื่นลมและเกลือจากทะเล ได้กัดเซาะหน้าผา หินปูนเหล่านี้ ไปจนขรุขระ

อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ชื่อหินสิบสองสาวกนี้มาจาก 12 อัครสาวก ของพระเยซู ในความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ซึ่งแต่เดิมบริเวณนี้ มีชื่อว่าแม่หมูและลูกหมู The Sow and Piglets ซึ่งแม่หมูคือเกาะมัสเทิร์นเบิร์ด

ออสเตรเลีย

ที่อยู่ใกล้กับ บรรดาเสาหิน และลูกหมูคือเสาหินทั้ง 12 เเท่งและต่อมาใน ช่วงศตวรรษที่ 20 ก็เปลี่ยนชื่อเป็น 12 สาวกหรือ Twelve Apostles Rock แล้วได้ใช้ชื่อนี้มาตลอด เนื่องจากการกัดเซาะ

ของลมและน้ำทะเล จึงทำให้หินบางแท่งหายไป ปัจจุบันหิน 12 สาวกเหลือแค่ 8 แท่งเท่านั้น และนอกจากถนนสาย great ocean road แล้วผู้ที่ต้องการชมหิน 12 สาวก สามารถมองเห็นหิน 12 สาวก

จากอุทยานแห่งชาติ Port Campbell National Park ซึ่งจากจุดชมวิว ของที่นี่จะทำให้ สามารถมองเห็นหิน 12 สาวกได้อย่างชัดเจน

Uluru Rock หรืออีกชื่อว่า อาเยอร์ร็อค มาจากภาษาพิสจาลเจอร่า

เที่ยวภูเขาไหนดี Uluru Rock หรืออีกชื่อว่า อาเยอร์ร็อค Uluru Rock นั้นมาจากภาษาพิสจาลเจอร่า ซึ่งเป็นหนึ่งในภาษาของชาวอะบอริจิน โดยเป็นชื่อที่ ชาวอะบอริจิน ใช้เรียกหินยักษ์แห่งนี้ ส่วนชื่ออาเยอร์

ตั้งขึ้นเมื่อปี 1873 โดยมีที่มาจาก Sir Henry Ayers นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียในขณะนั้น ซึ่งเป็นชื่อที่คนผิวขาว เรียกหินยักษ์แห่งนี้หิน Uluru เป็นหินยักษ์สีแดง ยาว 3.6 กิโลเมตร

กว้าง 1.9 กิโลเมตรสูง 348 เมตรเส้นรอบวง 9.4 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็น หินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่อุทยานแห่งชาติ Uluru-Kata Tjuta National Park

หินนี้เกิดขึ้นประมาณ 500 ล้านปีก่อน ซึ่งบริเวณนั้น ยังคงเป็นทะเล จากการเคลื่อนตัว ของแผ่นเปลือกโลก และความดันใต้ทะเล ทำให้ทรายและหินอื่นๆ มาประกอบรวมกัน เป็นหินก้อนเดียว

ติดตาม ออสเตรเลีย เพิ่มเติมได้ที่ @UFA-X10

Miss M

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น